วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

 

                                  บันทึกการเรียนครั้งที่ 7


                     ประจำวันศุกร์ที่   20  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558





เพื่อน เลขที่ 16 นำเสนอโทรทัศน์ครู



เรื่อง ผลไม้แสนสุข ซึ่งเป็นการสอนแบบบูรณาการ ซึ่งจะให้เด็กได้ชิมรสชาติของผลไม้ ได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ มีกิจกรรมเคลื่อนไหวด้วยการใช้คำคล้องจอง ได้เรื่องของร่างกายและภาษา เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ราคา การนับ การวัด 

เพื่อน เลขที่ 17 นำเสนอโทรทัศน์ครู

เรื่อง ประสาทสัมผัสทัง 5 ความรู้ที่ได้ ประสาทสัมผัสที้ง 5 ก็จะมี หู ตา จมูก ผิวกาย และลิ้น มีการจัดกิจกรรมให้เด็กทำทั้ง 5 ด้าน       

1.การฟัง        2.การมอง   3.การดมกลิ่น    4.การใช้มือ    5.การชิม 


ความรู้ที่ได้รับ

กิจกรรมวันนี้ นำป้ายชื่อไปแปะในหัวข้อว่ามาเรียนกี่โมง  พร้อมกับวาดภาพประกอบเป็นรูปนาฬิกาว่ามา

กี่โมง เรียนเรื่อง ลำดับ ตัวเลข เวลา องค์ประกอบนาฬิกา โดยครูถ้าจะสอนเด็กในเรื่องนี้จะต้องออกแบบ

รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย


1.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ



2.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ
3.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน
4.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM
5.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่
6.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบเดินเรื่อง


                                                               

                                    เพลง นับนิ้วมือ


            นี้คือนิ้วมือของฉัน                   มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
            มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                   มือขวาก็มีห้านิ้ว
           นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า         นับต่อมา หก เจ็ด แปด เก้า สิบ
           นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                  นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ




ความสำคัญในการจัดประสบการณ์แบบูรณาการ 


1.ใช้ในชีวิตประจำวันเเละใช้ได้ในชีวิตจริง เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับคณิตศาสตร์ต่างๆ 
ผสมผสานกันทำให้ผู้รียนรู้ศาสตร์เดี่ยวๆ


2.ทำให้เกิดการถ่ายทอดถ่ายโอนประสบการณ์ของคณิตศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน



ทำให้ผู้เรียนมองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่เรียนรู้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน



3.ช่วยลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหารายวิชาต่างๆในหลักสูตร จึงทำให้ลดเวลาในการเรียนรู้



4.ช่วยสร้างความรู้ ทักษะเจตคติ "แบบพหุปัญญา"



5.สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน






ทักษะ


ได้กระบวนการคิดการแก้ไขปัญหา เเละได้ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถามของอาจารย์ผู้สอน 
ได้กระบวนการคิดการทำงานเป็นกลุ่ม เเละได้ทักษะในการถามคำถามสอนโดยการใช้คำถาม เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิดคำตอบ 
โดยช่วยกันระดมความคิด จากหลายๆคำตอบ พื่อนำมาเรียบเรียงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ 
โดยอาจารย์จะรับฟังคำตอบอย่างมีเหตุมีผล เเละในคำตอบไหนที่ไม่สมบูรณ์อาจารย์ก็จะตอบคำตอบนั้นให้สมบูรณ์แบบครบถ้วน



ประเมินห้องเรียน
เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ดีสภาพห้องเรียนมีความสะอาด เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา 

ประเมินตนเอง
มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายถูกระเบียบเรียบร้อยใส่ใจตั้งใจฟัง และมีการจดบันทึก ตอบคำถามในบางครั้ง


ประเมินเพื่อน

ตอบคำถามกันอย่างสนุกสนานเพราะได้ช่วยกันตอบเเละเกิดข้อสงสัยเละทำให้การรียนสนุกสนานยิ่งขึ้น
เพื่อนๆในห้องให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรม 

ประเมินอาจารย์

อาจารย์ตอบคำถามได้อย่างชัดเจนในเรื่องที่เราอยากจะรู้เเละมีการเตรียมตัวในการสอนมาเป็นอย่างดี เนื้อหาครบถ้วนและมีการสรุปการสอนให้นักศึกษาฟังอย่างชัดเจน 
อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา เเต่งกายสุภาพเรียบร้อย 






***ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์ตั้งเเต่เล็กจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง?



มีปัญหาการขาดทักษะทางคณิตศาสตร์
อาจส่งผลกระทบต่อตัวเด็กเอง เมื่อไปเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น
เด็กจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ และใช้เหตุผลไม่เป็น ในการดำรงชีวิตในชีวิตประวันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
จะทำให้เด็กเสียความมั่นใจ 


                            
         
                                                                               
     

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558




                                   บันทึการเรียนครั้งที่ 6

                              

                     ประจำวันศุกร์ที่ 13  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558



ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์

สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
  เทคนิค คือ จัให้เห็นเป็นรูปธรรม
นิทาน เพลง เกม คำคล้องจอง บทบาทสมมุติ การประกอบอาหาร ปริศนาคำทาย

การนับเลข 1-10
    เลข 1 = เสาธง           เลข 6 = หัวลง
    เลข 2 = คอเป็ด          เลข 7 = ไม้เท้า
    เลข 3 = สองหยัก       เลข 8 = ไข่แฝด
    เลข 4 = เก้าอี้             เลข 9 = หัวขึ้น
    เลข 5 = มีหลังคา       เลข 10 =  มี 1 กับ 0
นับเป็นคำคล้องจอง
ติดตัวเลขรอบๆห้อง
-นับจำนวนต่างๆได้
-ทำแผนภูมิเพื่อให้เห็นชัดเจน
-การจับออก 1:1

กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
ตัดกระดาษ 1.5 x 1.5 นิ้ว จำนวน 10 ชิ้น

ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยม 10 อัน



  










ทักษะ

สถานที่ที่นักศึกษากลุ่ม 102 อยากไปมากที่สุดในวันหยุด






สรุปผล คือ สวนรถไฟ 3   คน
                  เกาะ         10  คน
                  น้ำตก        3   คน

เสนอวิจัย 
เรื่อง การใช้กิจกรรมการละเล่นแบบไทยเพื่อพัฒนามโนทัศน์
โดย  นางสาวภัทรวรรณ หนูแก้ว

สรุป จัดการเรียนรู้แบบเรียน + เล่น = สนุกและเกิดการเรียนรู้
อิกทั้งเพื่อเป็นการสืบสารวัฒนธรรมไทย ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจในเรื่อง การนับ รู้จักตัวเลข เลข1-30 
เลขคู่-เลขคี่  โดยผ่านการละเล่นต่างๆ เช่น รีรีข้าวสาร ม้าก้านกล้วย เป็นต้น

- ศึกษากลุ่มเด็กว่าต้องการสิ่งใด
- วัตถุประสงค์ต้องคำนึงถึงอายุเด็ก
- วางแผนเลือกรูปแบบให้เหมาะสม
- การสอนบูรณาการให้ได้องค์รวม
เริ่มจากสิ่งที่ ง่าย >> ยาก  รูปธรรม >> นามธรรม

วิจัย เรื่อง ผลการใช้สื่อในท้องถิ่น
โดย นางสาวสุธินี โนนบริบูรณ์

สรุป จากการวิจัยใช้กับเด็ก ชั้นอนุบาล 2 ทำทั้งหมด 24 กิจกรรม เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในเรื่องของ
รูปทรง ขนาด ชนิด สี  ซึ่งสื่อนั้นจะใช้จากวัสดุที่มีในท้องถิ่น เช่น กะลามะพร้าว ไม้สัก ไม้ประดู่ กระบอกไม่ไผ่

ตัวอย่าง  ทำไม้บล็อกจากไม้ประดู่ 
               การเรียงลำดับกระบอกไม้ไผ่ ใหญ่ > กลาง > เล็ก
ผลการวิจัย คือ เด็กที่ได้ร่วมกิจกรรมการวิจัยจะมีพัตนาการดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ทำกิจกรรม


วิธีการสอน   
 ใช้การสอบแบบบรรยายประกอบกับโปรแกรมMicrosoft Office Power Point  เน้นการมีส่วนร่วมในการถามตอบแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน 
    
ประเมินสภาพห้องเรียน
เทคโนโลยีภายในห้องเรียนพร้อมต่อการใช้งาน เก้าอี้เพียงพอต่อการเรียน 

ประเมินตนเอง

   เตรียมตัวมาเรียนมาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย และมีการจดบันทึกในห้องเรียน

ประเมินเพื่อน
เพื่อนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดช่วยกันได้ดีหรือบางที่ไม่ตั้งใจฟังเมื่อเพื่อนนำเสนองาน  และการแต่งกายไม่สุภาพ


ประเมินอาจารย์

อาจารย์ให้ความเป็นกันเองการแต่งกายเหมาะสม และเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา และเปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม แสดงความคิดเห็น

    





วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558




                                          บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

                       ประจำวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558




ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์


      เรียนเพื่อเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐาน ในชั้นปฐมศึกษา เน้นลงมือกระทำ จับต้องได้เป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดประสบการณ์การเรียนการสอนนั้น อาจจัดเป็นโมเดลการศึกษา หรือ ให้เด็กนำวัสดุ สื่อ การเรียนมาเอง และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน


กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


ทักษะ

นำเสนอบทความ
โดย นางสาวชนากานต์ แสนสุข
สรุป
การประสบการณ์จัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การให้เด็กรู้คณิตศาสตร์จะทำให้เด็กมี้หตุผล เข้าใจ วิธีกระบารการคิดเพื่อ
- พัฒนาความคิดรวบยอด การบวก การลบ
- รู้กระบวรการหาคำตอบ เช่น การชั่งน้ำหนัก
- รู้จักคำศัพท์และสัญลักษณ์
- รู้จักการนับ การวัด
สามารถทำได้ตั้งแต่เด็ก ควรจัดประสบการณ์จัดการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสม
                                                                 
                                      เพลง จัดแถว

               
สองมือเราชูตรง        แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
                                         ต่อไปย้ายมาข้างหน้า แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตรง


                                           เพลง ซ้าย-ขวา


ยืนให้ตัวตรง                    ก้มหัวลงตบมือแผละ

แขนซ้ายอยู่ไหน                 หันตัวไปทางนั้นแหละ



                                             เพลง  นกกระจิบ



   นั่นนกบินมาลิบ ลิบ       นกกระจิบ 1 2 3 4 5 

              อีกฝูงบินล่องลอยมา       6 7 8 9 10 ตัว



         ตารางแสดงการมาเรียนขอนักเรียนในห้องเรียน


   จำนวนนักเรียนทั้งหมด



จำนวนนักเรียนที่มาเรียน



   จำนวนนักเรียนที่มาเรียน และ ไม่มาเรียน



  การนำกิจกรรมไปประยุกต์ใช้
 เนื่องด้วยตารางนั้นเป็นภาพ จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และจดจำได้ง่าย เพราะ เด็กในวัยนี้จะเกิดการเรียนรู้ได้เร็วจากภาพและสัญลักษณ์  สอนเด็กในเรื่องการนับ และ รู้จักการสังเกตุ 


   
  สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ครฺตศาสตร์ แบ่งเป็น 6 สาระด้วยกัน

  1. จำนวนและการดำเนินการ  เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนจริง
  2. การวัด   เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงินและเวลา
  3. เรขาคณิต  รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง
  4. พีชคณิต   เข้าใจแบบรูปที่สัมพันธ์กัน
  5. การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น  รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อม นำเสนอในรูปแผนภูมิอย่างง่าย
  6. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์  ใช้แก้ปัญหา ให้เหตุผล

       คุณภาพของเด็กเมื่อเรียนจบ

  • มีความคิดเชิงคณิต เช่น จำนวนนับ 1 ถึง 20  เข้าใจหลักการนับ
  • มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงินและเวลา
  • มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต เช่น ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
  • มีความรู้ความเข้าใจแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สีที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิอย่างง่าย
  • มีทักษะและกระบวนการทางคณิตที่จำเป็น

 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฎิบัติ





สาระที่ 1. เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง



การรวบรวมและการแยกกลุ่ม



ความหมายของการรวม



การรวมสิ่งต่างๆสองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10 


สาระที่ 2 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน เวลา


สาระที่ 3 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทาง


รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิตและเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงเรขาคณิตที่เกิดจากการกระทำ


สาระที่4 แบบรูปรูปและความสัมพันธ์


สาระที่ 5 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองและสิ่งเเวดล้อมและนำเสนอข้อมูลอย่างงาย


สาระที่ 6 แก้ปัญหา การใช้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อตวามหมายทางคณิตศาสตร์




ทักษะ

- ระดมความคิด แบบทดสอบก่อนเรียน

- ตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน

-  ทำกิจกรรมเช็คชื่อเข้าเรียน


วิธีการสอน


- การใช้คำถาม

- ใช้เพลงประกอบในการสอน

- บรรยายประกอบ power point

- ยกตัวอย่างประกอบในการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

อุปกรณ์ในการสอนสะดวกต่อการใช้งาน

-ห้องเรียนสะอาดเรียบร้อย

ประเมินตนเอง



- มาเรียนตรงเวลา  พูดคุยขณะเรียน และง่วงนอน 


ประเมินเพื่อน

มีเพื่อนบางส่วนเข้าเรียนสาย มีคุยกันบ้างบางเวลาที่อาจารย์สอนและแต่งกายผิดระเบียบ

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีให้ร้องเพลงด้วยเพื่อกระตุ้นไม่ให้ง่วงมาก  และมีการพักประมาณ 10 นาทีเพื่อผ่อนคลายสมองและเข้าห้องน้ำ กินน้ำ 





วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

สรุปจากการดูวิดีโอ

    
                                                 
                                              
                                       สรุปจากการดูวิดีโอ


           รายการทอล์ค อะเบาว์ คิดส์ ตอนการสอนคณิตศาสตร์กับเด็กๆ อนุบาล 3-3

            การสอนคณิตศาสตร์กับเด็กๆ อนุบาล 3-3 การทบทวนการจับคู่ภาพเหมือนให้เด็กเรียงตัวของตัวเลขที่เหมือนกัน ให้ดูจำนวนตัวเลขว่าเป็นเลขอะไร เช่น เลข 1 2 3 4
จากนั้นก็เริ่มการบวก การบวกภาพ ไม่ใช่การบวกตัวเลข เช่น จำนวนสัตว์ จำนวนดินสอ ให้เด็กได้หยิบ ได้จับ เพื่อให้เด็กได้เกิดการจำ เด็กในวัยนี้การบวกเลขครไม่เกิน 10 ไม่ใช้การลบ การสอนการบวกต้องมีภาพ มีตัวเลข เด็กก็จะรับรู้การเรียนแบบนี้มากขึ้นเด็กจะม่ได้โฟกัสที่ตัวเลอย่างเดียว เช่น 2 + 2 = 4 การบวกของเด็กวัยนี้จะเน้นรูปปการบวกจึงจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น รูปภาพต่างๆ
         การเรียนเลขคู่ - เลขคี่ คือให้เด็กวางของ 1 ชิ้น กับ 1ชิ้น   2 ชิ้น กับ 2 ชิ้น  เริ่มจากการจบสิ่งของให้เด็กเกิดความเข้าใจคำว่า คู่ คำว่าคี่ ให้เด็กเล่นมือเล่นปฎิบัติจริงค่อยมาพัฒนาเป็นตัวเลข และเป็นสัญลักษณ์ พอเด็กจับบ่อยๆเด็กจะเกิดการเรียนรุ้ ไม่ใช่แค่วิชาการอย่างเดียว เพระเด็กวัยนี้ต้องใช้กระบวนการคิด เพราะเด็กบางคนจใช้กระบวการจำ เด็กจะไม่เกิดการปรับตัว เด็กตอสมารถแก้ปัญหาล่วงหน้าได้  การสอนของผู้ปกครองต้องใจเย็นให้เด็กคิดเอง ต้อคอยควบคุม ไม่ใช่้การช่วยเหลือมกกินไปถ้าทำผิดก็อธิบาย เด็กจะสามรถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

สรุปวิจัย

     
                                     


                                     สรุปงานวิจัย


         การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
        



                              ความมุ่งหมายของการวิจัย


         

        การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อการศึกษาการพัฒนาทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ กลุ่ม
ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นเด็กนักเรียนชาย – หญิง อายุ 5 – 6 ปี กำลังศึกษาอยู่ในชั้น
อนุบาลศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนสาธิตอนุบาลละอออุทิศ
กรุงเทพมหานคร สังกัดมหาวิทยาวัยราชภัฏสวนดุสิต ด้วยการสุ่มตัวอย่างอย่างง่ายแบ่งกลุ่ม
มา จำนวน 15 คน เพื่อรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการ
เรียนรู้เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 45 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้ง
นี้ คือ แผนการสอนการจัดกิจกรรมรูปแบบศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ และแบบทดสอบ
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 ใช้วิธีการวิจัยเชิงทดลองแบบ
One – Group Pretest – Posttest Design และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ t – test
Dependent Sample




                                         ผลการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เป็นแนวทางของการใช้นวัตกรรม การเรียนการสอนด้วยกระบวนวิธีของ

ศิลปะรูปแบบต่างๆ มาประยุกต์เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัยซึ่ง
ผลการวิจัยจะเป็นแนวทางให้กับครู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก ได้พัฒนารูปแบบการจัด
ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและเกิดความ

หลากหลายในวิชาการศึกษาสำหรับครูมากขึ้น
   พบว่าการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ มี
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ โดยรวมและจำแนกรายทักษะมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นและอยู่ในระดับดี
เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลองมีคะแนนความสามารถทางทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558



                                          บันทึกการเรียน


                          ประจำวันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558


     **เพื่อนนำเสนอโทรทัศน์ครูเกียวกับคณิตศาสตร์ของปฐมวัย**


  1. นำเสนอโทรทัศน์ครู
    นางสาวจรีพร เฉลิมจาน

    ก่อนเรียนครูจะอบอุ่นร่างกาย ให้เด็กคิดท่าทางด้วยตนเอง เช่น เครื่งหมายบวก เครื่งหมายลบ เครื่องหมายเท่ากับ ครูจะนำเพลงที่มีเนื้อหาดังกล่าวมาใช้ เมื่อเด็กได้ยินคำที่ตรงกับคำว่า บวก ลบ เท่ากับ เด็กจะทำท่าทางตาม

    นางสาวกรกช เดชประเสริฐ

    เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเลข 1-9 และ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เช่น one = 1 
    ครูจะใช้สิ่งของที่เป็นจริงในการสอน เช่น สอนเรื่องการบวก  3+2 = ? มีส้ม 3 ผล แม่ให้อีก 2 ผล จะมีส้มทั้งหมด 5 ผล 

    นางสาวปรางชมพู บุญชม

    เป็นการสอนเด็กอายุ 2-3 ปี ยังคงสอนแบบสนุก หาสื่อที่ดึงดูดความสนใจเด็ก ตัวเอย่างเช่น ครูจะสอนเรื่องเลข 3 นั้นเป็นอย่างไร นับอย่างไร ต้องมีค่าเท่าไหร่ จะใช้การปั้นดินน้ำเป็นตัวเลข ได้พัฒนาการทางด้านปัญญา สังคม สติปัญญา และ ร่างกาย

    เกมทายตัวเลข
    เลขอะไรไม่เข้าพวก
    20 25 15 23
    ตัวอย่าง  เกณฑ์ 5 หารลงตัว  ตอบ 23 ต่างจากพวก
    เกณฑ์ มีเลข 2 อยู่ข้างหน้า ตอบ 15
    ** มีความเป็นไปได้ทุกตัว เนื่องด้วยเกณฑ์ที่ต่างกัน **

    โจทย์คือ
    ครูตั้งคำถาม
    48 หาร 2 = ?
    12 คูณ 2 = ?
    วันหนึ่งมีกี่ชั่วโมง ?
    คำตอบ คือ 24 
    >>>เราสามารถตั้งคำถามได้มากมาย คิดออกมาได้เรื่อยๆ คำตอบคือ โจทย์ นั่นเอง

    เพลง สวัสดียามเช้า
    ตื่นเช้าแปรงฟันล้างหน้า  อาบน้ำการแต่งตัว 
    กินอาหารดีมีทั่ว  หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน  
    หลั่นล้า  หลั่นล้า  หลั่นล่า  ลันลา 
    หลั่นลา  หลั่นล้า
กิจกรรม ใครมาถึงมหาวิทยาลัยเวลาใด






วิธีการสอน
ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเป็นการทบทวนความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ถามตอบ โต้แย้งความ  เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน 
ใช้ Power Point  ในการเรียนการสอน และการถามคำถาม เพื่อสอดแสรกในเนื้อหา

สภาพห้องเรียน

 บรรยากาศในห้องเรียนน่าเรียน 
อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้ในการเรียนแล้ว แอร์เย็นสบาย


ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนเรียน ตอบคำถาม และมีการจดบันทึกขณะเรียน


ประเมินเพื่อน

เพื่อนบางกลุ่มมาเรียนสาย และเพื่อนตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน มีบางกลุ่มคุยกันเสียงดังอาจรย์มีการตักเตือน เพื่อนๆจะช่วยกันตอบคำถาม


ประเมินอาจารย์

เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ให้แง่คิดในการนำเสนองานและอธิบายเทคนิคการสรุป

ใจความสำคัญที่ถูกต้อง