วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวัน พุธ ที่ 8 เมษายน 2558



บันทึกการเรียนครั้งที่ 13



                 บันทึกการเรียนประจำวัน พุธ ที่ 8 เมษายน 2558




   ความรู้ที่ได้


  แต่ละกลุ่มสาธิตการนำเสนอการสอน



กลุ่มที่ 1 เรื่อง กล้วย





วิธีการสอน สอนเด็กร้องเพลงกล้วยแล้วให้เด็กทายชนิดกล้วย จับคู่กล้วย แล้วนับจำนวนกล้วย

                                                        
                                    เพลงกล้วย

                     กล้วยคือผลไม้ ใครๆก็ชอบกินกล้วย


                     ค้างคาว ช้าง ลิง ฉันด้วยกินกล้วยมีวิตามิน

                     กล้วยส้มกล้วยหอมกล้วยไข่

                     ขาดไม่ได้คือกล้วยน้ำว้า

                     ตัดใบห่อขนมเธอจ๋า

                     ส่วนก้านเอามาทำม้าก้านกล้วย




กลุ่มที่2 เรื่อง แตงโม



วิธีการสอน สอนร้องเพลงแตงโม แล้วถามชนิด เล่นเกมแยกประเภทแตงโมโดยการให้เด็กติดตามรูปขนิดของแตงโม นับจำนวนชนิดของแตงโมที่มากกว่า

                  

                                       เพลงแตงโม 



                                   แตงโม แตงโม แตงโม

                                  โอ้โห แตงโมลูกใหญ่

                                   เนื้อแดงเรียกจินตหรา

                                 เนื้อเหลืองนี้หนาเรียกน้ำผึ้ง




กลุ่มที่3 เรื่อง สุนัข 




วิธีการสอน  สอนร้องเพลงสุนัขถามความรู้เดิมว่าเด็กรู้จักสุนัขชนิดอะไรบ้างและในเนื้อเพลงมีสุนัขชนิดไหนบ้าง แล้วให้เด็กนับจำนวนชนิดของสุนัข แยกประเภทของสุนัขว่าชนิดไหนมากกว่า

                                             เพลงสุนัข


                      บ๊อกๆๆๆๆ บ๊อกเป็นเสียงของน้องหมา 
                      เด็กๆรู้มั้ยหน้าตา (ซ้ำ) ของน้องหมานั้นน่ารักดี
                      หมามีหลายชนิด   ไหนลองคิดๆช่วยกันสิ
                      เด็กๆช่วยตอบครูที (ซ้ำ) ชนิดน้องหมานี้นั้นมีอะไร 
                      เช่นโกเด้น บางแก้ว ชิวาๆ พุดเดิ้น บรู๊ๆ



กลุ่มที่4 เรื่อง ไก่





วิธีการสอน สอนเด็กร้องเพลงไก่ กระต๊าก กระต๊าก แล้วถามเด็กว่ารู้จักไก่อะไรบ้าง

                                                                             

                                                   เพลงไก่ 

  

                                 ไก่ ไก่ ไก่ ไก่นั้นมีสองขา

                           ไก่ชนเดินมา แล้วร้องว่ากระต๊ากๆ

                              ไก่ ไก่ ไก่ ไก่นั้นมีสองขา

                          ไก่แจ้เดินมา แล้วร้องว่า กระต๊ากๆ


เพื่อนนำเสนองาน

เลขที่18 นางสาวยุภา ธรรมโคร


นำเสนอโทรทัศน์ครู เรื่อง ฝึกคิดสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมศิลปะ
ใช้กิจกรรมก้อนหินแปลงกาย ให้เด็กเลือกก้อนหินคนละ 1 ก้อน แล้วให้เด็กตกแต่งโดยใช้กระดาษ ดินน้ำมัน สี ออกแบบตกแต่งเองตามจินตนาการ ทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องขนาด สี และรูปทรง

 เลขที่ 12 นางสาวเจนจิรา เทียมนิล


นำเสนอบทความ เรื่องการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การกระตุ้นประสาทสัมผัสแตะต้อง เช่น การหยิบจับของเล่น ขนาดรูปทรง สิ่งต่างๆรอบตัว

 เรื่องประสาทสัมผัส น้ำหนัก ขนาด พื้นผิว เสียง เป็นพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็ก




ทักษะ

การคิดการแก้ไขปัญหา เเละได้ช่วยกันระดมความคิดในการตอบคำถามของอาจารย์ผู้สอน 
การคิดการทำงานเป็นกลุ่ม เเละได้ทักษะในการถามคำถาม
ได้ฝึกเรื่องเหตุผลต่างๆที่บางทีการตอบคำถามอาจราย์อาจเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับเพื่อ


วิธีการสอน

สอนโดยการใช้คำถาม เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิดคำตอบ 

โดยช่วยกันระดมความคิด จากหลายๆคำตอบ พื่อนำมาเรียบเรียงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ 

โดยอาจารย์จะรับฟังคำตอบอย่างมีเหตุมีผล


ประเมินห้องเรียน

สภาพห้องเรียนมีความสะอาด เก้าอี้เพียงพอต่อนักศึกษา 

 เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ดี

ประเมินตนเอง

ตั้งใจฟังอาจารย์ผู้สอนเละตอบคำถามในสิ่งที่อาจารย์ถาม 

นำสิ่งที่ครูบอกไปปรับปรุงในครั้งถัดไป



ประเมินเพื่อน

เพื่อนๆในห้องให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรม

 เเละตอบคำถามกันอย่างสนุกสนานเพราะได้ช่วยกันตอบ


ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา เเต่งกายสุภาพเรียบร้อย 

 เเละมีการเตรียมตัวในการสอนมาเป็นอย่างดี เนื้อหาครบถ้วน

และมีการสรุปการสอนให้นักศึกษาฟังอย่างชัดเจน 


บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2558


                                      บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

               บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2558


ความรู้ที่ได้รับ

เขียนแผนการสอน






นำเสนอโทรทัศน์ครูและงานวิจัย


เลขที่ 25 นำเสนอโรทัศน์ครู เรื่องรายการทอค์ด อะเบาว์ คิดส์ ตอนการสอนคณิตศาสตร์กับเด็กๆ อนุบาล 1

         การจะสอนเด็กให้ดีสอนให้ง่าย ต้องสอนผ่านของเล่น เพราะเด็กเล็กจะเริ่มเรียนรู้ สี ขนาด รูปทรง
แล้วค่อยใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเพราะเด็กอนุบาลจะเรียนรู้แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งครูจะสอนโดยใช้แกะเป็นสื่อโดยการถามเด็กผ่านสีของตัวแกะ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องขนาดแล้วสอดแทรกเรื่องการนับให้เด็กนับจำนวนแกะและใช้สัญลักษณ์ตัวเลขอีกวิธีหนึ่งคือวางตัวเลข 1 2 3 แล้วให้เด็กเอากระดุมวางตามจำนวนตัวเลข


เลขที่4 นำเสนอวิจัย เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวมอนเตสซอรี่


     ใช้การสอนแบบสาธิตและปฏิบัติจริงเป็นรายบุคคลหรือมากกว่าหนึ่งคนในบางกิจกรรม โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้เด็กทำงานไปตามลำดับความยากง่าย และเป็นไปตามความสามารถ และจังหวะ ช้า-เร็วของเด็ก โดยจัดให้เด็กรู้วงจรของงานคือ หยิบงานจากชั้นอุปกรณ์ ปฏิบัติงานจนเสร็จ แล้วจึงนำอุปกรณ์นั้นเก็บคืนชั้นด้วยตนเอง เด็กมีอิสระในการเลือกอุปกรณ์ทำงานด้วยตนเอง
 เด็กสามารถทำงานกับอุปกรณ์นานเท่าที่เด็กต้องการ ในการปฏิบัติกิจกรรมผู้วิจัยเป็นผู้สาธิตการใช้อุปกรณ์แต่ละชิ้นให้กับเด็กก่อนที่เด็กจะทำงานด้วยตนเอง 
     วิธีการของมอนเตสซอรี่ โดยผู้วิจัยคัดเลือกกิจกรรม 15 กิจกรรม ให้สอดคล้องเหมาะสมกับอายุของ
เด็กปฐมวัยที่จะศึกษา คือ อายุระหว่าง 4-5 ปี 


เลขที่5 นำเสนอวิจัย เรื่องการเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการ
                     ศึกษาและเพลง กับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียน
กาญจนบุรี ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก        ประสบการณ์โดยการใช้เกมการศึกษาเเละเพลง 30 คน
กลุ่มที่สอง    จัดประสบการณ์ตามคู่มือครู 30 คน

เด็กปฐมวัยกลุ่มทดลองที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเด็กที่ควบคุมที่จัดประสบการณ์ตามคู่มือครูทั้งนี้อาจเพราะเด็ก ชอบเล่นเกม ชอบร้องเพลงอยู่เเล้ว เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่นการเล่นเกมจับคู่ ร้องเพลงที่สนุก ทำให้เ็กมีความสุข การเรียนปนเล่น ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างไม่รู้ตัวและการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครูอาจเคร่งเครียดจนเกินไป มีเเบบแผน มีกรอบทำให้เด็กอาจไม่มี
ความสุขในการเรียนรู้คณิตศาสตร์


เลขที่ 6 นำเสนอวิจัย เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ  

  ซึ่งกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบเป็นกิจกรรมที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสในการทำกิจกรรมตกแต่งบนขนมอบ คือ ขนมปัง คุกกี้ พาย เค้ก ซึ่งขนมอบทั้ง4ชนิดนี้ มีรูปร่าง รูปทรง เด็กจะได้มีโอกาสเลือกและลงมือปฏิบัติ โดยการทา การโรย การเขียน ตามความคิดและจินตนาการและเด็กยังได้ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สูงขึ้น 

1. ด้านการสังเกตและการจำแนก

 2.ด้านการเปรียบเทียบ



 แบ่งกลุ่มเขียนมายแม็บและแผนการสอน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ มีหัวข้อเรื่องคือ สุนัข กล้วย แตงโม ไก่

 ซึ่งการออกแบบกิจกรรมจะต้องประกอบไปด้วย
  1. ศึกษา สาระที่ควรเรียนรู้
  2. วิเคราะห์เนื้อหา
  3. ศึกษาประสบการณ์สำคัญ
  4. บูรณาการสาระคณิตศาสตร์
  5. ออกแบบกิจกรรม
กลุ่มของดิฉันได้ห้วข้อ กล้วย

แล้วนำเนื้อหาดังกล่าวนี้ไปเขียนแผนการสอน



ทักษะ

คิดวางแผนการทำงานเป็นขั้นตอนเรียงลำดับ

กระบวนการการทำงานเป็นกลุ่ม

รู้จักการตั้งคำถามในหัวข้อที่ควรจะเน้นเป็นสำคัญ เเละไหวพริบในการตอบคำถาม

การพูดคำเเต่ละให้ชัดถ้อยชัดคำ


วิธีการสอน

สอนโดยการใช้สื่อคือกล้วยของจริงเพื่อเป็นตัวอย่างในการคิดการสอนโดยใช้เเผน

เพื่อให้รู้ว่าคณิตศาสตร์สามารถเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบตัวในแต่ละวัน

 สอนโดยการให้ผู้เรียนเป็นสืบค้นหาความรู้ด้วยตนเอง

เมื่อสิ่งไหนที่ไม่เข้าประเด็นอาจารย์ก็จะเสริมต่อเเนะนำให้เพื่อให้ได้วามรู้ที่ถูกต้อง



ประเมินห้องเรียน

สภาพห้องเรียนสะอาด ไม่มีขยะ อากาศอยู่ในอุณหภูมิที่พอดี มีจำนวนเก้าอี้ที่เพียงพอต่อนักศึกษา


ประเมินตนเอง

ตั้งใจฟังเเละให้ความร่วมมือกับสิ่งที่ครูสอนเเละการทำกิจกรรม มีส่วนร่วมในการพรีเซ้นต์งานร่วมกับกลุ่ม


ประเมินเพื่อน

เพื่อนตั้งใจฟังเพื่อนเเต่ละกลุ่มที่ออกไปนำเสนองาน ช่วยกันถามในข้อที่ไม่เข้าใจ ช่วยกันขยายความรู้ออกจากสิ่งเดิมที่แต่ละลุ่มนำเสนอ

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนตรงตามเวลา แต่งกายสุภาพเหมาะสม  เเนะนำเรื่องการนำเสนอเเละวิธีการนำไปปรับปรุงใหม่ในครั้งหน้าอย่างสมบูรณ์



บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558




     บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

                       ประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558


ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน



อาจารย์ให้เเบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม

ตามสาระเเละมาตรฐานคณิตศาสตร์

สาระที่ 1จำนวนเเละการดำเนินการ

สาระที่ 2การวัด

สาระที่ 3เรขาคณิต

สาระที่4พีชคณิต

สาระที่5การวิเคราะห์ข้อมูลเเละความน่าจะเป็น

สาระที่ 6 ทักษะเเละกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์


เเละเลือกมา 1 สาระที่จะต้องทำ

โดยแต่ละกลุ่ม ต้องทำ 3 หัวข้อ

1.นิทาน

2.คำคล้องจอง

3.ปริศนาคำทาย

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 13มีนาคม พ.ศ. 2558




                                             บันทึกการเรียนครั้งที่ 9

                  ประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558




ความรู้ที่ได้

ทำกิจกรรมตารางก่อนเรียน เปรียบเทียบวิเคราะห์ความเหมือน ความแตกต่างของผลไม้









ทักษะ

นำเสนอวิจัย

โดย นาวสาวประภัสสร สีหะบุตร เลขที่ 21
 เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ

สรุป

ศิลปะสร้างสรรค์ด้วยขนมอบมีพัฒนาการด้านอื่นๆของเด็กปฐมวัย เช่น
ด้านความคิดแก้ปัญหา ทักษะทางภาษาส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและลีลามือ การทำกิจกรรมนี้ทำให้เด็กมีความมั่นใจและตั้งใจในการทำกิจกรรม



นำเสนอวิจัย

โดย นาวสาวมาศสุภา วงษ์สรรค์ เลขที่ 23
เรื่อง  เรื่อง พัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์เด็กปฐมวัยโดยใช้เพลง

สรุป 

     ในการส่งเสริมพัฒนาการสติปัญญาของเด็กปฐมวัยนั้นจะแรทรกอยู่ทุกกิจกรรม แต่กิจกรรมที่มีความสนุกสนานและรู้สึกผ่อนคลาย พัฒนาสมอง เพลิดเพลินโดนเด็กไม่รู้เลยว่ากำลังเรียนคณิตศาสตร์อยู่คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและดนตรี เด็กได้เล่นไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวและฟังเพลงซึ่งเนื้อหาของเพลงจะสอนเด็กเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็กอนุบาล ซึ่งมีสมาธิไม่มากพอจะจับมานั่งเรียนคณิตศาสตร์




   สาระที่ 2 : การวัด

   ความยาวของสิ่งของต่างๆ เป็นการหาตามแนวนอน

   การวัดความสูงเป็นการหาความยาวแนวตั้ง
   การวัดควายาว ความสูง ของสิ่งของอาจใช้เครื่องมือที่มีหน่วยมาตรฐาน
   ยาวกว่า สั้นกว่า สูงกว่า เตี้ยกว่า เท่ากัน สูงเท่ากัน เป็นคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบความยาว
   ความ    สูงของสิ่งของต่างๆ
   เรียงลำดับความยาว ความสูง จากมาก-น้อย จากน้อย-มาก
   การชั่งน้ำหนัก ปริมามาตรน้อยกว่า มากกว่า เท่ากัน เป็นคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบ
   การตวง
   ตัวเลขบนพันธบัตร
   เวลาในแต่ละวัน
   ช้า สาย บ่าย เที่ยง เย็น วันนี้ พรุ่งนี้
   ใน 1 สัปดาห์ มี 7 วัน อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ 

 สาระที่ 3 : เรขาคณิต


    ข้างบน ข้างล่าง เป็นคำใช้บอกตำแหน่ง ทิศทาง ระยะของสิ่งของต่างๆ

    การจำแนก วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม

สาระที่ 4 : พีชคณิต

 รูปแบบความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์



 สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลความน่าจะเป็น

 เก็บข้อมูลจากวิธีการสังเกตุ และ สอบถาม

 สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

  ครอบครัวแม่เป็ดมี 6 ตัว หายไป 2 ตัว เหลือกี่ตัว
                                     6 - 2 = 4
                           ครอบครัวเป็ดเหลือ 4 ตัว
                         *** สอนแบบเป็นนิทาน ***




วิธีการสอน

     อาจารย์มีการใช้คำถาม ให้ข้อเสนอแนะ อธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักศึกษา และใช้สื่อ power point ในการบรรยาย ทบทวนความรู้เดิม สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม เสริมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมว่าสิ่งใดควรปฏิบัติ ไม่ควรปฏิบัติ

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การยกตัวอย่าง
-การร้องเพลง
-การประเมิน การนำเสนอผลงานของนักศึกษา

ประเมินสภาพในห้องเรียน

  มีความสะอาด เรียบร้อยดี อุปกรณ์ เทคโนโลยีครบครัน สภาพอากาศค่อนข้างร้อน เก้าอี้บางตัว      ชำรุดเสียหาย เสียงพัดลมดังเหมือนจะพัง
  

 ประเมินตนเอง 

แต่งกายถูกระเบียบ มาเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียนและพูดคุยเป็นบางครั้ง


ประเมินเพื่อน
  
เพื่อนค่อนข้างคุยกัน ไม่ค่อยฟังคำถามและมาเรียนตรงต่อเวลา

ประเมินอาจารย์ 

 เข้าสอนตรงต่อเวลา การสอนใช้เสียงดังชัดเจน รูปแบบการสอนไม่น่าเบื่อ สนุกสนาน อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ  


วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมพ.ศ. 2558




                                             บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

                      ประจำวันศุกร์ที่ 6  มีนาคมพ.ศ. 2558                  

ความรู้ที่ได้รับ

 เลขที่ 19-21
เลขที่ 19 เรื่อง ทำไมถึงสอนคณิตศาสตร์ให้กับเด็ก
เป็นการกระตุ้นสมองซีกขวาของเด็กให้ทำงานได้ดีขึ้นและ เด็กก็จะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างไม่ต้องฝึกฝน ทำให้เด็กมีการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ง่าย

เลขที่ 20  
เรื่อง คณิตศาสตร์เรียนอย่างไรให้สนุกและเข้าใจ
มีเทคนิคในการสอน เช่น เพลง เกม กิจกรรมต่างๆ เป็นต้น 
ครูให้เวลา 20 นาทีให้เด็กทำการบ้าานก่อนเข้าเรียน การทำเช่นนี้ส่งผลให้เด็กไม่เกลียดคณิตศาสตร์


การจัดประสบการณ์แบบโครงการ

  การจัดการเรียนการสอนซึ่งให้ความสำคัญกับเด็กให้เด็กแสวงหาคำตอบจากการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งอ่างลุ่มลึกเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้เด็กเรียนรู้จากประสบกาณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้ 
    
วิธีการจัดการเรียนการสอนมี 


เริ่มโครงการ >>ระยะวางแผนโครงการ>>ดำเนินโครงการตามที่กำหนด>>สรุปโครงการ

ประโยชน์

- เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง
- เด็กมีโอกาสที่จะประยุกต์ทักษะที่มีอยู่
- เด็กเกิดแรงจูงใจภายในที่เกิดจากตัวเด็กเองในการทำกิจกรรม
- เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข
- นำรูปแบบการสืบค้นความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง

การนำไปประยุกต์ใช้ 


   ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ควรส่งเสริมให้เด็กได้สัมผัส ได้เรียนรู้จากสถานที่จริง มีความอดทน รอคอยการสร้างองค์ความรู้ของเด็กมากกว่าจะบอกคำตอบเด็กทันที

การจัดประสบการณ์ แบบสมองเป็นฐาน


     การออกแบบกระบวนการการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาสมองของเด็ก เช่น ความแตกต่างระหว่างสมองของชายและหญิง มีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสมองชายและหญิง จะพบส่วนที่แตกต่างไม่กี่ส่วนเท่านั้น

การนำไปประยุกต์ใช้

    ต้องให้ความสนใจต่อตัวเด็กเป็นรายบุคคล กระตุ้นให้เด็กรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต เข้ามาเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบเห็นในปัจจุบัน 

การจัดประสบการณ์ แบบSTEM

      เป็นการจัดการศึกษาแบบบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยนำลักษณะธรรมชาติของแต่ละวิชามาผสมผสานและจัดเป็นการเรียนรู้ให้กัับผู้เรียน
S - Science-วิทยาศาสตร์
     ช่วยให้เรามีทักษะพัฒนาการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล
T-Technology-เทคโนโลยี
      วิทยาการมี่นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือ สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต
E-Engineering-วิศวกรรมศาสตร์
       ทักษะกระบวนการออกแบบ การวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้องค์ความรู้ด้านต่างๆมาสร้างสรรค์ออกแบบที่ใช้งานได้จริง
M-Mathematic-คณิตศาสตร์
       วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของการคำนวน

การจัดประสบการณ์ แบบมอนเตสซอรี่


      เป็นวิธีการนำการสอนเด็กที่มีพัฒนาการทางสติปัญญาล่าช้าที่ประสบความสำเร็จมาใช้กับเด็กปฐมวัย โดยให้เด็กจับต้องสื่อหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เลือกเอง ทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีสมาธิและสร้างสรรค์ 



หลักการเรียนการสอน

- จัดห้องเรียนเสมือนบ้าน
- ให้เสรีภาพกับเด็กที่จะเลือกเล่นด้วยตนเอง
- จัดสภาพการณ์ต่างๆที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
- พัฒนาจิตใจพร้อมกับพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจ


การนำไปประยุกต์ใช้
     ครูเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก คอยให้คำแนะนำ โดยเตรียมการสอนและสิ่งเเวดล้อมอย่างมีความหมายให้กับเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กตัดสินใจเอง ไม่ต้องมีคำติชม การให้รางวัล และการลงโทษ


การจัดประสบการณ์ แบบเดินเรื่อง
       

ขั้นการสอนแบบเดินเรื่อง
1. ศึกษาหลักสูตร เพื่อเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาระการเรียนรู้
2. กำหนดหัเรื่อง ควรเป็นเรื่องที่เด็กสนใจ
3. เตรียมการผูกเรื่องหรือการดำเนินเรื่อง
4. ตั้งคำถามหลักหรือความสำคัญ ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมโยงการดำเนินเรื่องในแต่ละตอน




กิจกรรมในห้องเรียน




เกณฑ์การแบ่งกลุ่ม
1 - 5       กลุ่มสตอเบอรี่
6 - 10     กลุ่มเชอรี่
11 - 15   กลุ่มแอปเปิล
15 - 20   กลุ่มลิ้นจี่
21 - 25   กลุ่มมะม่วง



วิธีดำเนินการ


นำป้ายชื่อมาติด>>พิจารณาเกณฑ์การแบ่ง>>เลือกกลุ่ม>>นับจำนวนคนทั้งหมดที่มาเรียน>>นับจำนวนป้ายทั้งหมด>> นำเสนอด้วยภาพ








                         


  เพลงเท่ากัน-ไม่เท่ากัน

                 ช้างมี 4 ขา           ม้ามี 4 ขา
                คนเรานั้นหนา           2 ขาต่างกัน
                ช้างม้ามี 4 ขา           4 ขาเท่ากัน(ซ้ำ)
                แต่กับคนนั้น             ไม่เทากันเอย(ซ้ำ)





                               เพลง ขวดห้าใบ
                     ขวดห้าใบวางอยู่บนกำแพง (ซ้ำ)

    เราเอาหินปาไปให้มันกลิ้งตกลงมา

                    คงเหนื่อยขวดกี่ใบวางอยู่บนกำแพง ลดเหลือสี่

 (ลดจำนวนขวดลงไปตามลำดับ จนกระทั่งเหลือขวดหนึ่งใบ)

          ไม่มีขวดเหลือเลยวางอยู่บนกำแพง จะทำอย่างไรกันด


 เพลง จับปู


      1 2 3 4 5        จับปูมาได้ 1 ตัว

                         6 7 8 9 10             ปูมันหนีบฉันต้องส่ายหัว

                 กลัว ฉันกลัว ฉันกลัว       ปูมันหนีบฉันที่หัวแม่มือ

         ลา ล้า ลา ... 


วิธีการสอน


 อาจารย์มีการใช้คำถาม ให้ข้อเสนอแนะ อธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักศึกษา และใช้สื่อ power point ในการสอนและแทรกเนื้อหาในการสอนให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจง่าย


ประเมินสภาพในห้องเรียน


มีความสะอาด เรียบร้อยดี อุปกรณ์ เทคโนโลยีครบครัน สภาพอากาศค่อนข้างร้อน 


ประเมินตนเอง


แต่งกายถูกระเบียบ ปรับปรุงการตั้งใจเรียนมากกว่านี้ การจดบันทึก การตั้งใจฟังคำถาม


ประเมินเพื่อน   


มาเรียนตรงเวลาเพื่อนบางคนแต่งกายผิดระเบีบย พูดคุยกันบ่อยเมื่อมีข้อสงสัยใดๆจะถามในทันทีทันใด รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น



 ประเมินอาจารย์  

การสอนใช้เสียงดังชัดเจน รูปแบบการสอนไม่น่าเบื่อ สนุกสนาน อธิบายถึงเรื่องต่างๆได้อย่างเข้าใจ  เข้าสอนตรงต่อเวลา